Me - myself..
posted on 17 Jul 2008 00:45 by somnaphasเมื่อวันก่อนฉันได้อ่านบทความหนึ่ง ของ Leonz ที่เขียนเกี่ยวกับดวงดาวถามว่าคุณเป็นดาวประเภทไหน? เค้าเปรียบเทียบได้ดีทีเดียวว่าคนเราก็เหมือนดาวดวงหนึ่ง ที่ต่างก็มีวิถีวงโคจรเป็นของตนเอง และในขณะเดียวกันบางทีก็หมุนโคจรรอบดาวดวงอื่นด้วย สำหรับฉัน ถ้าถามว่าฉันเป็นดาวประเภทไหน ? ฉันคิดว่า ก็คงคล้ายกับโลก มีทั้งขั้วเหนือและขั้วใต้ บางเวลาก็เย็นเหมือนน้ำแข็ง บางเวลาก็ร้อน...( นาน ๆ ครั้ง ...) แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องการแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ด้วย
อ่านแล้วทำให้นึกถึง ใครบางคนจัง ... ท่านเป็นอาจารย์วิทยากรคนหนึ่งที่ฉันเคยไปอบรมสัมมนาด้วยตอนทำงานอยู่บริษัทเก่า (ในปัจจุบันฉันช่วยพี่เขยดูแลร้านเน็ทที่บ้าน ) ท่านบอกว่าในชีวิตของแต่ละคนต่างก็มีวิถีชีวิตของตนเองที่แตกต่างกัน ในวันนั้นที่สัมมนา...ท่านลองให้ทุกคนเดินไปยังเก้าอี้ตัวที่วางไว้อยู่ฝั่งตรงกันข้าม..แล้วให้ลองคิดท่าทางเก๋ ๆ หรือแบบฮา ๆ..ในแบบฉบับของตัวเราเองโดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่ซ้ำกันซะด้วยสิ..ซึ่งจะต้องเดินให้ดูทีละคน..มีหลายคนที่เดินทำท่าทางตลก ตลก เดินเป๋บ้าง.. เดินทำปากเบี้ยวบ้าง..ฉันรู้สึกทั้งตื่นเต้นและอาย...โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเดินในขณะที่รู้ตัวอยู่แล้วว่าจะต้องมีสายตาหลาย ๆ คู่กำลังจับจ้อง..ตอนนั้นถึงไม่อยากเดินก็ต้องเดินล่ะนะ..เป็นไงเป็นกัน..และแล้วก็ผ่านวินาทีนั้นไปได้ด้วยดี..แต่กว่าจะผ่านไปได้ก็ต้องเดินใหม่..อีก 1 รอบ..
จนกว่าจะพอใจ.. (อายมาก ๆ ..) เช่นเดียวกันเวลาที่เราเจอกับอุปสรรคปัญหา แต่ละคนก็จะมีวิธีแก้ปัญหาไม่เหมือนกัน ทุกคนต่างก็เดินไม่เหมือนกัน..ถ้าเราไม่ยอมเดิน..เราจะผ่านอุปสรรคไปได้อย่างไร..ขอเพียงเรามองปัญหาให้ออกว่าอยู่ที่ไหนแล้วแก้ไขที่สาเหตุ ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ให้ป้องกัน ท่านแนะนำว่าให้พยามมองปัญหาในหลาย ๆด้าน อย่ามองเพียงแต่ด้านเดียว แล้วลองคิดหาทางแก้ไขด้วยวิธีที่ง่ายๆ อย่ามองว่ามันเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามองว่าปัญหาเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เมื่อนั้นเราก็จะไม่พบกับทางออกของปัญหา .. ท่านเองกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ก็ต้องผ่านอะไรมามากมาย ครั้งนึงท่านเคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนต้องใส่เหล็กดามทั้งขาแต่ก็ไม่เคยท้อ และไม่เคยคิดว่าตัวเองไร้ค่า กลับใช้ชีวิตในทุก ๆ วันให้มีค่า ทั้งกับคนรอบข้างและตัวของท่านเอง ท่านเล่าว่าท่านมีบทเพลงประจำตัวของตัวเอง เวลาที่รู้สึกท้อ หรือต้องการกำลังใจ ท่านก็จะฟังเพลงนั้นเสมอ
สำหรับตัวฉันเอง...คงจะเป็นเพลง..นาทีที่ยิ่งใหญ่ เคยฟังเพลงนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว ทุกครั้งที่ฟังก็รู้สึกดีและมีกำลังใจ ในสมัยเด็ก...ฉันไม่ได้เติบโตมาจากครอบครัวที่อบอุ่น ..แต่ฉันก็ไม่เคยรู้สึกขาด เพราะมีญาติพี่น้อง พ่อ คอยให้กำลังใจ เมื่อโตขึ้นฉันได้เรียนรู้อะไรมากมายจากคนรอบข้าง แต่ก่อนฉันเคยคิดว่าเรียนอย่างเดียวก็หนัก ... แต่ความจริงไม่ใช่เลย หลังจากที่ฉันได้เรียนด้วยทำงานไปด้วย ในสมัยที่ฉันเรียนมหาวิทยาลัย ...เหมือนกับข้ามภูเขาสองลูกในเวลาเดียวกัน มีทั้งความรู้สึก..เหนื่อย... บางครั้งก็ท้อ แต่ก็สนุก ... และภูมิใจสุด ๆ เมื่อผ่านมาได้ และฉันก็ได้รู้ว่าไม่ใช่มีฉันเพียงแค่คนเดียวที่เคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้ ทุกๆ คนสามารถทำได้ค่ะ ถ้ามีความตั้งใจจริง
ในวันนี้...ฉันออกจากงานเก่ามาช่วยงานที่บ้าน ..มีบ้างบางครั้งที่รู้สึกไม่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตประจำวันแบบใหม่..แต่ก็ไม่เคยเหงา... อาจจะเป็นเพราะว่า หนทางนี้เป็นทางที่ฉันเลือกแล้ว ... ในวันนี้ฉันยังมีญาติพี่น้องอยู่ใกล้ ๆ และมีเพื่อน ๆ แวะมาเยี่ยมเยียน ในอนาคตฉันไม่รู้หรอกว่าจะเป็นยังไง ... แต่ฉันก็รู้สึกมั่นใจที่จะก้าวต่อไปในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน..
แล้วคุณล่ะคะ .. มีเพลงอะไรในใจหรือเปล่าที่ชอบฟังเวลาท้อหรือต้องการกำลังใจ..? ลองเก็บไว้คิดเล่น ๆ นะคะ ถ้ายังไม่มีลองหาดูสักเพลง เพลงนี้ก็ได้ค่ะ
เพลง นาทีที่ยิ่งใหญ่
บนทางเดินอาจไม่มีทางไหนมุ่งไปดวงดาว ที่ส่องสกาวบนนภา
และคนที่เดินดินทุก ทุกคน ก็รู้ว่า.. มันไกลเกิน ที่คนจะก้าวไป
ในความเป็นจริง เส้นทางบนดินนั้นก็มีดวงดาว
ที่ส่องสกาวอยู่ไม่ไกล และตัวฉันคนนึงที่ต้องการจะก้าวไป ฉันมั่นใจ ..ว่าคงไม่ยากเกิน
* เพราะฉันนั้นต้องการมีเสี้ยวนาทีที่ยิ่งใหญ่ ให้ใจจดไว้นานเท่านาน
อยากจะได้ภูมิใจ ที่มือฉันเคยได้เอื้อมผ่าน ได้เก็บดาว..ที่แสนไกลด้วยตัวฉันเอง
คนบางคน อาจจะมีใจท้อ..แค่ตรงกลางทาง หมดความหวังในหัวใจ
แต่มีฉันคนนึงที่ยังคงจะก้าวไป ฉันมั่นใจกับทางที่เลือกเดิน...
*
เพราะฉันนั้นต้องการเขียนตำนานให้หัวใจ
เพื่อจำจดไว้นานเท่านาน สิ่งที่ฉันทำไปจะเป็นเส้นทางให้ข้ามผ่าน
สู่จุดหมายที่ตั้งใจ ด้วยตัวฉันเอง..
เวอร์ชั่นเก่า..คริสติน่า..
เวอร์ชั่นใหม่..โบว์ สุนิตา..
ปล. หรือจะให้คนเขียนร้องให้ฟังก็ได้นะคะ สำหรับเพื่อนสนิท...555