ดอกไม้ของแม่...

posted on 09 Aug 2008 14:57 by somnaphas

สวัสดีค่ะ ..ใกล้จะถึงวันแม่กันแล้ว..หลายคนคงมีเรื่องราวเกี่ยวกับคุณแม่ให้เขียนและระลึกถึง …

รวมทั้งฉันด้วย สำหรับฉันแล้ว...ในความหมายของความเป็นแม่ เป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับฉันมาก

แม่อาจเป็นผู้ให้กำเนิดเราได้มีชีวิตบนโลกใบนี้..หรือไม่ก็ได้ ..

ท่านเป็นผู้อบรมสั่งสอนสิ่งต่าง ๆ ให้กับเรามากมาย

ซึ่งตัวฉันเองก็มีความทรงจำเกี่ยวกับแม่ของฉันผู้ให้กำเนิดฉันไม่มากเท่าไหร่..

ไม่ใช่เพราะว่าท่านเสียชีวิตหรอกนะคะ..เพียงแต่เรามีช่วงเวลาดี ๆ ที่ได้อยู่ด้วยกันไม่มาก..

 

ชีวิตในวัยเด็ก ..ฉันไม่ได้เติบโตมาจากครอบครัวที่มี พ่อ..แม่...ลูก ... พร้อมหน้า

แต่ฉันก็ไม่เคยรู้สึกว่าขาดความอบอุ่น เพราะฉันมีญาติพี่น้องที่เคยดูแลเอาใจใส่ .. คอยห่วงใย. ..

ฉันมีอาที่รักฉันเหมือนกับแม่คนที่ 2 และดูแลฉันราวกับว่าเป็นลูกคนหนึ่งของท่านเลยทีเดียว...

อาของฉันจะคอยจดจำว่า ฉันชอบหรือไม่ชอบอะไร และคอยสอนว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำ.

ท่านจะเป็นห่วงฉันเวลาที่กลับบ้านไม่ตรงเวลา ..

หรือในเวลาที่ต้องกลับบ้านดึก... ท่านจะมานั่งรอฉันหน้าบ้านเสมอ..

บางครั้งท่านก็นั่งร้องไห้..เพราะกลัวว่าฉันแอบหนีไปเที่ยวกับเพื่อนที่ไม่ดี..

(ถึงฉันจะไม่เคยทำแบบนั้นเลย..แต่ท่านก็กลัวไปก่อน )

ซึ่งตอนนี้ฉันเองก็รักท่านเหมือนกับแม่คนหนึ่งของฉันเช่นเดียวกัน

อาจมีบ้างเหมือนกันที่คิดว่า .. ถ้าแม่ที่ให้กำเนิดฉันอยู่กับฉันท่านจะดูฉันอย่างนี้มั้ยนะ..

ท่านจะคอยจดจำมั้ยนะ ..ว่าฉันชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร

แม่ของฉันเป็นคนใจร้อน..และมักจะดุฉันเสมอเวลาที่ฉันดื้อ..

และท่านก็บอกฉันทุกครั้งว่านั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ..

แต่เพราะความเป็นเด็กในตอนนั้นก็เลยทำให้ฉันไม่เข้าใจ

คิดว่าแม่ไม่รัก เพราะทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจท่านเลย

ในวันเกิดของฉัน..มีหลายครั้งที่ท่านทำให้ฉันแปลกใจ ว่าแม่ยังจำวันเกิดของฉันได้..

และของขวัญที่ได้ก็มักจะเป็นเสื้อยืดทุกที บางตัวฉันก็ใส่ได้

และบางตัวฉันก็ใส่ไม่ได้แต่ดันทุรังจะใส่

อาจเป็นเพราะทุกครั้งที่ใส่ฉันจะนึกถึงคนให้ทุกที..

 

สำหรับแม่ของฉันถึงแม้จะมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เราไม่สามารถได้อยู่ด้วยกัน...

แต่ฉันก็เคารพในการตัดสินใจของท่านทั้ง 2 คน (พ่อกับแม่)

ว่าท่านได้เลือกทางที่ดีที่สุดแล้วสำหรับเรา

ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยคิดว่า ทำไมท่านทั้ง 2 ไม่อยู่ด้วยกัน?

คิดแบบเด็ก ๆ ที่ยังไม่เข้าใจเหตุผลของผู้ใหญ่

เฝ้าคอยถามทวด (แม่ของยาย) ว่าทำไม ?

แต่กลับได้คำตอบว่า “ถ้าโตขึ้นเราจะรู้เอง ...”

เวลาผ่านไป..ฉันยังคงเฝ้ารอที่จะรู้คำตอบ..แต่ก็ยังไม่รู้ ...

และฉันก็ไม่คิดที่จะถามใคร ๆ อีก เพราะฉันคิดว่าคำตอบที่ได้ก็คงจะเหมือนเดิม..

คือ “ถ้าโตขึ้นเราจะรู้เอง” ในขณะเดียวกัน ทุกครั้งที่วันแม่ผ่านมาถึง..

 

ฉันกับพี่ ๆ ตื่นเต้นและเฝ้ารอที่จะได้เจอกับแม่ เพียงแค่ชั่วโมงเดียวก็ยังดี....

เพียงแค่ได้เห็นว่าแม่ยังคงนั่งรอที่จะได้รับดอกมะลิจากฉันและพี่ ๆ หรือเปล่า ?

เพราะเพียงแค่ได้เห็น...นั่นก็ทำให้ฉันและพี่ ๆ ความสุขแล้ว …

แต่น่าแปลกเมื่อเวลานั้นมาถึง..ฉันกลับไม่กล้าที่จะลุกขึ้นไปกราบแม่ด้วยซ้ำ

ไม่รู้เพราะอะไร ตอนนั้นฉันเองก็สับสน …

ฉันไม่กล้าแม้แต่จะแสดงออกว่าฉันรักแม่เหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ

ฉันบอกให้พี่ขึ้นไปหาแม่ แต่ตัวฉันเองกลับนั่งมองพี่กับแม่ด้วยรอยยิ้ม...

สำหรับดอกมะลิที่ฉันเตรียมไว้นั้น....ยังคงไม่ได้ถึงมือผู้รับ..

มันยังคงนอนอยู่ในขวดแก้วของฉันจนเด็ม

ฉันตอบไม่ได้ว่า..ทำไมตอนนั้นฉันไม่ฝากพี่ไปให้แม่..

แต่ถึงแม้ไม่ได้ให้.. ฉันก็ไม่คิดที่จะนำไปให้ใครอื่นแทนเพราะนั่นเป็นดอกไม้

“สำหรับแม่ของฉัน”

 

หลายปีผ่านไป ..เมื่อฉันย้ายโรงเรียนช่วงมัธยม ฉันมองเห็นหลายครอบครัวที่ดูอบอุ่น

จนบางครั้งฉันก็เคยนึกอิจฉา จนเมื่อฉันมองเห็นบางครอบครัวที่ยังอยู่ด้วยกันแต่ตัว..

แต่หัวใจกลับเดินกันคนละเส้นทางนั่นก็ทำให้ความรู้สึกอิจฉาของฉันหายไป

ฉันรู้ได้ทันทีเลยว่า “เพราะอะไร”

ฉันรู้สึกว่าโชคดีที่ไม่ได้เห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันทุกวัน ..

ฉันโชคดีที่มีญาติพี่น้องที่ดูแลเอาใจใส่..

และฉันโชคดีที่พ่อก็ไม่เคยตัดโอกาสให้ฉันและพี่ได้พบกับแม่..

สิ่งเหล่านั้นจึงทำให้ฉันไม่เป็นเด็กที่มีปัญหา..อย่างที่หลาย ๆ ครอบครัว กำลังประสบอยู่

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงเคารพในการตัดสินใจของท่านทั้ง 2 คน ..

 

ในปัจจุบันเมื่อฉันโตขึ้น ...ฉันได้พบกับแม่ในงานบวชของพี่ชาย

และแม่ชวนให้ฉันไปอยู่ด้วย..ฉันกลับตอบปฏิเสธแม่..ทั้ง ๆที่ในใจลึก ๆ ฉันเองก็อยากไป

แต่ฉันทอดทิ้งพ่อและทุกคนที่คอยดูแลฉันไม่ได้ (และอีกเหตุผลหนึ่งคือฉันก็รักทุก ๆ คน )

ถ้าให้เลือกระหว่างความถูกต้องและความถูกใจนั่นเป็นสิ่งที่ตัดสินใจลำบาก

แต่ฉันก็ได้เลือกไปแล้ว ..เพราะถ้าเลือกความถูกต้องฉันก็ต้องกตัญญูต่อคนที่เลี้ยงดู

รักฉัน และให้กำเนิดฉัน แต่คนที่เลี้ยงดูฉัน รักฉัน กับคนที่ให้กำเนิดฉัน..ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้..

และถ้าให้ฉันเลือกตามความถูกใจ ...นั่นก็จะทำให้ฉันรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต..

ฉันบอกกับแม่ตรง ๆ ตามเหตุผลจากส่วนลึกของจิตใจและจิตใต้สำนึก..

แม่บอกว่า..สิ่งที่ฉันเลือกคือสิ่งที่ควรทำที่สุด..และเห็นด้วยจากความคิดของฉัน

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่า..แม่เห็นด้วยกับฉันจริง ๆ ถึงแม้ว่าคำตอบจะทำให้แม่ผิดหวังก็ตาม

ฉันคิดในใจแต่เพียงว่าในวันที่แม่ต้องการฉันเมื่อยามแก่เฒ่า..

ฉันก็พร้อมที่จะอยู่ข้าง ๆดูแล .. แม่เสมอ..แน่นอน ฉันให้สัญญา

 

และวันที่ฉันเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ก็มาถึง....

เมื่อวันที่พี่สาวของฉันมีลูก..มีหลานให้ฉันเลี้ยง...

ฉันจึงรู้ดีว่าการเลี้ยงดูใครสักคนให้เติบโตเป็นคนดีไม่ใช่เรื่องง่ายเลย..

เวลาที่เค้าดื้อหรือซน เราต้องคอยระวังไม่ให้เค้าทำอะไรที่เป็นอันตราย..

นั่นทำให้เราต้องดุต้องบ่น ..เหมือนกับแม่เวลาที่ดุฉัน เมื่อฉันดื้อ..

ในวันที่ฉันเห็นเพื่อนสนิทของฉันมีลูก..ในขณะที่เค้ากำลังอุ้มท้อง..

เค้าลองให้ฉันได้สัมผัสสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่กำลังเจริญเติบโตอยู่ในครรภ์..

โดยการสัมผัสที่ท้อง ในขณะที่หลานของฉันดิ้น ฉันรับรู้ได้เลยว่า..

นั่นเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์แค่ไหน.. เมื่อได้รู้ว่ามีชีวิตหนึ่งอยู่ในร่างกายของเรา..

และเค้าเองก็ต้องการเราตั้งแต่แรกเกิด แม่ฉันจะรู้สึกแบบนี้เหมือนฉันไหมนะ..ตอนที่ตั้งท้องฉัน..

ฉันอดคิดไม่ได้ ฉันถามเพื่อนฉันว่าเจ็บมั้ยตอนที่หลานดิ้น ?

เพื่อนฉันตอบว่าไม่เจ็บหรอก ..พร้อมกับหัวเราะ

พ่อเคยบอกกับฉันว่าก่อนที่แม่จะคลอดฉันออกมา ..

พ่อคิดว่าฉันจะต้องตายตั้งแต่อยู่ในท้องแล้ว ..

ฉันถามพ่อว่า “ทำไมพ่อถึงคิดแบบนั้นล่ะ”

พ่อบอกว่าช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายก่อนที่แม่จะคลอดฉัน

แม่บอกกับพ่อว่า “ ลูกไม่ดิ้นเลย”

จนกระทั่งในวันที่ใกล้จะถึงกำหนดคลอด หมอใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ตรวจ..

กราฟก็ไม่วิ่ง.. ตอนนั้นหมอบอกให้พ่อกับแม่ของฉันทำใจว่าเด็กอาจจะตายในท้อง..

แล้วก็นัดวันกำหนดคลอดให้กับแม่.. ฉันคิดว่าในวันนั้นแม่คงจะรู้สึกแย่น่าดู

ตอนฉันเกิด..พ่อบอกว่าโชคดีที่ฉันไม่เป็นอะไร หมอบอกว่าสงสัยเด็กจะขี้เกียจเลยไม่ยอมดิ้น

ในวันนั้นแม่คงจะดีใจมาก...ที่ฉันยังมีชีวิตอยู่..

ฉันคิดได้ว่าความรักความผูกพันระหว่างแม่กับลูกคงเริ่มต้นตั้งแต่ตั้งครรภ์นี่เอง..

 

แต่ถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน..ความผูกพันระหว่างฉันกับแม่ยังมีอยู่เสมอ..

ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันมีแม่ 2 คนที่ให้รัก..

คนหนึ่งเป็นแม่ที่ให้กำเนิดฉัน..และเคยเลี้ยงดูฉันในช่วงเวลาสั้น ๆ ของชีวิต..

และอีกคนหนึ่งเป็นอาของฉันที่คอยดูแลเอาใจใส่เหมือนกับแม่คนที่ 2 ..

ถ้าถามว่าฉันรักใครมากกว่ากันฉันตอบไม่ได้..เพราะฉันรักเค้าทั้งสองคน..

ถ้าถามว่าฉันรักแม่แค่ไหน...ฉันตอบไม่ได้ ...เพราะฉันไม่เคยเอาอะไรมาวัด

ถ้าถามว่าฉันเชื่อฟังคำแนะนำของท่านมากน้อยแค่ไหน..ถึงแม้จะไม่อยู่ด้วยกัน..

ฉันตอบได้จากหัวใจเลยว่าฉันเชื่อฟังท่านเสมอ..

 

และสำหรับความรักของแม่ที่มีให้ลูก ๆ

ฉันเชื่อว่านั่นคือความรักที่บริสุทธิ์ใจ และจะมีให้ลูกแบบไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ ..

 

และท้ายที่สุด..

ฉันอยากจะขอบคุณแม่ที่ได้ให้กำเนิดฉัน..ได้เติบโตขึ้นมาบนโลกใบนี้..

และขอบคุณอาของฉันสำหรับความรักที่ท่านมอบให้ ..

อย่างแม่คนหนึ่ง..ที่พึงจะให้กับลูก ๆ ของท่าน ..

จนทำให้ในวันนี้ฉันรู้สึกรักและเคารพท่าน

ราวกับเป็นแม่คนนึงของฉันเลยทีเดียว ..

 

 

ปล. ตอนนี้ดอกไม้ของแม่สำหรับฉัน..ต้องมีเพิ่มเป็น 2 ดอกแล้วล่ะค่ะ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

บางครั้งฉันไม่ค่อยให้ความสำคัญกับวันสำคัญมากนัก เพราะสิ่งที่ฉันทำคือการแสดงออกกระทำอย่างสม่ำเสมอแต่ก็อาจจะมีบ้างที่พิเศษหน่อย เพราะในเมื่อวันสำคัญมันเป็นวันหยุด

ฉันเชื่อว่าโลกหมุนด้วยความรักค่ะ

มะลิที่บ้านออกดอกไม่สวย คาดว่าคงได้ซื้อเอาแน่นอน

big smile
ยาวจัง แต่อ่านแล้วก็ได้อะไรเยอะนะ ขอบคุณที่เขียนถึงนะยะ 555 question question question

#2 By Tosing Goering Family on 2008-08-10 14:41