เมื่อความคิดถึง..ผ่านมาทักทาย
posted on 01 Aug 2008 23:05 by somnaphasความคิดถึง.. ในหลายครั้งมักจะมาควบคู่กับความเหงา. ..ถ้าจะถามว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ? .
สำหรับฉันแล้วเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายและให้คำตอบ...เพราะเป็นเรื่องของความรู้สึก..
เมื่อเราผูกพันกับอะไรสักอย่างที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของ แล้วในวันนึงเราต้อง
ห่างไกล.. เจ้าความคิดถึง.. ก็จะโผล่มาทักทายเราได้ทุกที
เมื่อวันก่อน..
“เสียงเพลงดังจากไหนนะ?”...ฉันพยามมองหาที่มาของเสียง...
“อ๋อ..อยู่นี่เอง ..” ที่แท้ก็มาจากโทรศัพท์มือถือของฉัน...กว่าจะหาเจอคนรอสายก็วางหูไปแล้ว..
ฉันก็เลยรีบโทรกลับ….หลังจากที่เห็นเบอร์ที่ไม่ได้รับ
ตู้ด.........ตู้ด....... “สวัสดีพี่นุ้ย...” เสียงปลายสายใส ๆ ทักทายฉัน
“ไงจ๊ะ... เป็นยังไงบ้าง” ฉันรีบตอบกลับทันทีที่ได้ยินเสียง
“คิดถึง....ไม่ได้คุยกันตั้งนาน .. ...ตอนนี้พี่นุ้ยสบายดีมั้ย.” คนปลายสายเจ้าของเสียงใส ๆ รีบถามฉันทันที
“สบายดีจ้ะ” ฉันตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี
หลังจากนั้นฉันก็ได้ยินเรื่องราวของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ฉันลาออกมา..อีกมากมาย จากเสียงปลายสายใส ๆ ซึ่งฉันไม่ได้ยินมานานเประมาณเดือนกว่าแล้ว
“พี่นุ้ย...ตอนนี้หนูผ่านโปรแล้วนะ คิดถึงพี่นุ้ยจัง ตอนนี้ยังไม่มีใครมาทำแทนพี่นุ้ยเลย ” คนปลายสายพูดกับฉันอย่างอารมณ์ดี ฉันเดาได้เลยว่าตอนนี้เค้ากำลังมีความสุข
“ยินดีด้วยจ้ะ...ดีแล้วล่ะ” ฉันรู้สึกดีใจจริง ๆ
หลังจากที่ฉันลุ้นจนตัวโก่ง.. มาตลอดเมื่อ 3-4 เดือนก่อน..
แต่ก็ไม่ได้ทันได้ตอบเค้าหรอกว่าฉันเองก็คิดถึง....เหมือนกัน น่าแปลก..ที่ความคิดถึงมักจะแทรกตัวเข้ามาในช่วงเวลาหนึ่งของเราเสมอ ๆ ไม่ว่าจะป็นเวลาที่เรามีความสุข ความทุกข์ หรือความเหงา ไม่ว่าจะในระดับไหน ระดับมากจนแทบจะสำลัก ระดับปานกลาง หรือระดับน้อยจนแทบจะไม่มีเลย ...เจ้าความคิดถึงนี้ก็จะแวะเข้ามาเยี่ยมเยียนเรา ราวกับเป็นเพื่อนคนหนึ่งของเราเลยทีเดียว
ประมาณ 3-4 เดือน ก่อนหน้านี้ ฉันเคยสอนงานให้กับน้องคนนึง..
คนที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อน .. แต่รู้สึกผูกพัน .เหมือนกับว่าเค้าเป็นน้องสาวคนหนึ่งของฉัน..
ครั้งแรกที่เราเจอกัน..ฉันรู้สึกว่าน้องเค้าเป็นคนเปิดเผย..ร่าเริงสดใส..ตรงไปตรงมา..แล้วก็ใจร้อน..
ซึ่งตามปกติแล้วในสายงานของฉัน ...พนักงานจำเป็นจะต้องมีความอดทนสูง ละเอียด และรอบคอบ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่เกิดขึ้นให้น้อยที่สุด แล้วก็ต้องใจเย็น .. แน่นอนว่านั่นเลยเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้ฉันต้อง เคี่ยวเข็ญ น้องคนนี้เป็นพิเศษ.. และตัวเค้าเองก็ดูตั้งอกตั้งใจที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่ฉันสอนอย่างเต็มที่
แต่เมื่อเวลาผ่านไป..เป็นห่วง..จะผ่านมั้ยนะ ฉันคิดในใจ.. หลังจากที่เริ่มสังเกตว่า..น้องเค้ายังคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาเดิม ๆ ที่เกิดขึ้นได้ ..
“ไหวมั้ย..ถ้าเราไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนนะ บอกกับพี่ได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าพี่จะโกรธเราหรอก ” ฉันถามตรง ๆ เพราะไม่อยากให้เค้าต้องฝืนความรู้สึกของตัวเอง ถ้าไม่มีความสุขกับการทำงาน เพราะก่อนหน้านี้มีหลายคนที่ทำงานตรงนี้ไม่ไหว..
“หนูยังไหวอยู่...กับตรงนี้..ที่นี่หนูก็ โอเคนะ มีความสุขที่ได้มาทำงาน ถึงแม้จะมีปัญหาบ้าง ถ้าวันนึงหนูไม่ไหว จริง ๆ หนูจะบอกพี่ก่อนล่วงหน้าเลย.. ถึงแม้ว่าอีกไม่กี่เดือนพี่จะไม่ได้อยู่เป็นพี่เลี้ยงหนูก็เถอะ ..” เค้าพูดจบพร้อมกับตีหน้าเศร้า
“ไม่ต้องทำมาตีหน้าเศร้าเลย....พี่ไม่ใจอ่อนหรอกนะ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่พี่ตัดสินใจแล้ว ถ้าเราคิดถึง.....ก็โทรมาคุยกับพี่ได้นี่ พี่ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย ก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่นี่แหล่ะนั่งรถไม่กี่ป้ายก็ถึง ” ฉันพูดติดตลกไป เพื่อไม่ให้น้องเค้ารู้สึกแย่ไปกว่าเดิม
“มันไม่เหมือนกันสักหน่อย ....กับตอนพี่นุ้ยอยู่ แต่ถ้าพี่ไม่อยู่ รู้สึกใจหายยังไงไม่รู้” เค้าตอบกลับมาพร้อมกับตีหน้าเศร้าเหมือนเดิมอีก
“เรารู้สึกว่าปลอดภัยใช่มั้ย .... เวลาที่พี่อยู่..” ที่ฉันตอบกลับไปแบบนั้น.. เพราะครั้งนึงความรู้สึกนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับฉันเหมือนกัน ..
“พี่นุ้ยรู้ได้ยังไง”
เค้ามองดูเหมือนแปลกใจไม่น้อย ที่ฉันถามไปแบบนั้น
“เพราะพี่เองก็เคยรู้สึกแบบเรามาก่อนยังไงล่ะ ไม่ต้องกลัวหรอก..แล้วเราจะผ่านไปได้เอง ทำอย่างที่พี่เคยบอกเราไว้นะ ถ้ารู้ว่าตัวเองบกพร่องตรงไหน ก็พยามแก้ไขตรงนั้น แล้วจดไว้ก็ได้ถ้ากลัวว่าจะลืม ” ฉันตอบกลับไปพร้อมกับความรู้สึกที่อดเป็นห่วงเค้าไม่ได้ ฉันรู้ว่าบางทีที่ผ่านมาฉันเคยคอยปกป้องเค้ามาตลอด คอยดูว่าเค้าจะทำตรงไหนผิดพลาดหรือเปล่า ถ้าเจอปุ๊บฉันก็จะให้เค้ารีบแก้ไขทันที นี่คงถึงเวลาแล้ว..ที่ฉันควรจะให้เค้าได้เรียนรู้และแก้ไขข้อบกพร่องด้วยตัวเอง
หลังจากวันนั้น..เวลาที่เค้ารู้สึกแย่ ๆ เค้าก็ยังคงโทรมาคุยกับฉันเสมอ ..
แต่เค้าก็ผ่านมันไปได้ ประมาณเดือนกว่าแล้วที่ฉันไม่ได้คุยกับน้องเค้าอีก มีบ้างบางครั้งเวลาที่ฉันว่าง ความคิดถึงก็จะแวะเข้ามาเยี่ยมเยียน และทักทาย....ฉันเผลอนึกถึงไปว่า เค้าจะเป็นยังไงบ้างนะ จะผ่านช่วงเวลาที่ฉันเคยห่วงไปได้หรือเปล่าแต่อย่างน้อยฉันก็ยังรู้สึกยินดีที่ยังไม่ได้ยินคำพูดที่ว่า “หนูไม่ไหวแล้วล่ะ ..พี่นุ้ย” จากปากของเค้า
จนมาถึงวันนี้ ...ฉันดีใจที่ได้ยินว่า “พี่นุ้ย...ตอนนี้หนูผ่านโปรแล้วนะ” ฉันรู้แล้วว่ามันเป็นผลมาจากความตั้งใจ ความพยายาม และความอดทนของเค้าล้วน ๆ เลย....ฉันภูมิใจ...และยินดีที่ได้เห็นน้องคนหนึ่งก้าวผ่านอุปสรรคไปได้แล้วอีกขั้น ซึ่งความคิดถึงของพี่คนนี้จะส่งผ่าน... ไปให้กำลังใจน้องคนนี้เสมอ..
เช่นเดียวกันกับ..ในขณะนี้ที่ฉันเองก็ได้รู้แล้วว่าความคิดถึงของเค้าก็ได้ส่งผ่าน... มาทักทายฉันแล้วเช่นกัน...
ฉันบอกไม่ได้ว่าหน้าตาของมันเป็นอย่างไร
แต่ฉันบอกได้เพียงว่ามันทำให้ฉันรู้สึกดี....
เช่นเดียวกันกับ.. ความคิดถึงของคุณที่ส่งผ่าน...
อาจทำให้ผู้รับบางคนรู้สึกดีนะคะ.. ลองส่งไปดูให้ใครสักคนได้รับรู้..
อย่ากลัวว่าคนที่คุณจะให้เค้าไม่อยากรับ..
edit @ 1 Aug 2008 23:06:43 by nui
edit @ 2 Aug 2008 00:54:31 by nui
งง
#1 By Tosing Goering Family on 2008-08-02 00:46